ตลาดไวน์นอกป่วนหนัก หลังปรับโครงสร้างภาษีใหม่

 

ตลาดไวน์นอกป่วนหนัก หลังปรับโครงสร้างภาษีใหม่ “แอมโบรส ไวน์” ยักษ์ใหญ่วงการไวน์ เร่งปรับโครงสร้างราคาสินค้าใหม่กว่า 600 รายการ หวั่นกระทบตัวเลขยอดขายโค้งท้าย ชี้ไม่เคยเกิดปรากฏการณ์ในตลาดมาก่อน ขณะที่ราคาไวน์ทะยานพุ่งแล้ว 50% เผยสัปดาห์ที่ผ่านมายอดขายทะลุทะลวงเป็นประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นกว่า 40% จากช่วงเวลาปกติ เหตุนักดื่มแห่ตุนหวั่นสินค้าราคาขึ้นขาดตลาด

หลังการประกาศปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ในวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสุรา เบียร์ ไวน์ และอื่นๆ ต้องปรับวิธีการคำนวณภาษี ซึ่งแน่นอนว่าราคาจำหน่ายจะต้องเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างภาษีใหม่ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดไวน์นอกอย่างหนัก โดยเรื่องดังกล่าว นางสาวภัทราพร เตชะไพบูลย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอมโบรส ไวน์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายไวน์จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการประชุมเพื่อสรุปการปรับโครงสร้างราคาใหม่ของ บริษัทซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ จะกระทบกับตลาดไวน์ในไตรมาสสุดท้ายซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซันแน่นอน ส่วนมากน้อยเท่าไร คงต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพราะปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดไวน์เมืองไทย

“เราพร้อมเรื่องการสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับความต้องการเต็มที่ ซึ่งสภาวการณ์ในตลาดตอนนี้ใครที่มีสินค้าในสต๊อกมากกว่ากันถือว่าได้เปรียบ เพราะสามารถนำออกมาวางจำหน่ายรองรับความต้องการได้ อย่างไรก็ตามมองว่าในตลาดไวน์นอกไม่น่าจะเกิดการกักตุนสินค้าทัน เนื่องจากการประกาศปรับขยายเพดานมีผลในเกือบทันที ทำให้ลูกค้าไม่สามารถกักตุนได้ทัน”

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างราคาไวน์ใหม่ เพื่อยื่นกับทางกรมสรรพสามิตในการกำหนดราคาขาย โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถบอกอัตราการปรับขึ้นโดยเฉลี่ยได้ เนื่องจากไวน์บางชนิดก็ไม่ขึ้นราคา และบางชนิดกลับขึ้นมา 2-3 เท่าตัว ซึ่งจากพอร์ตสินค้าในบริษัทของเราที่มีอยู่กว่า 600 รายการนั้น คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะในการปรับโครงสร้างกลุ่มสินค้าทั้งหมดในบริษัท

“ก่อนหน้าที่จะมีการปรับอัตราภาษีใหม่ ตัวเลขการเติบโตโดยรวมในตลาดไวน์เรามองว่าน่าจะเติบโตที่ 6% แต่หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว ทำให้ยังไม่สามารถคาดการณ์การเติบโตในตลาดช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ได้”
ขณะนี้มีกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นธุรกิจร้านอาหาร รีสอร์ต และโรงแรม สั่งสินค้าเพื่อสต๊อกไวน์เพิ่มขึ้นที่ 20-30% โดยส่วนหนึ่งมองว่าเกิดจากการตื่นตัวในเรื่องของภาษีที่มีการปรับขึ้น โดยมีความเป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยตัวเลขราคาที่ชัดเจนคาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเร็วๆนี้ และโครงสร้างราคาใหม่ในตลาดจะมีการปรับขึ้นในสัปดาห์หน้าแน่นอน นอกจากนี้กลุ่มสุรานำเข้าก็จะมีการปรับราคาขึ้นในช่วงเดียวกันอีกด้วย

“จำนวนลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าแม้จะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ แต่หลังจากที่มีการปรับราคาขึ้นไปก็มั่นใจว่าตลาดไวน์จะไม่กระทบแน่นอน เพราะผู้บริโภคที่นิยมดื่มไวน์มีเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้เรามีสินค้าในสต๊อกเพียงพอ และอีกส่วนหนึ่งที่ยังรออยู่ที่ท่าเรือขนส่งสินค้า โดยอยู่ในระหว่างการรอขั้นตอนการปรับราคาใหม่ ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าไวน์ไม่ขาดตลาดแน่นอน”


พฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าและการบริการ

การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ รวมถึงการนำสินค้าและบริการมาใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตเป็นสินค้าและบริการอื่นๆ การบริโภคไม่ได้หมายความถึงการรับประทานอาหารอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจแต่เพียงอย่างเดียว การใช้สินค้าอื่นๆและการใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งก็คือการบริโภคด้วยเช่นกัน เช่น การไปพบแพทย์เมื่อยามเจ็บป่วย การพักโรงแรม การท่องเที่ยว การขนส่ง การประกันภัย ฯลฯ จึงสรุปได้ว่าการกระทำทั้งหลายอันทำให้สินค้าหรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งสิ้นเปลืองไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่มนุษย์ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ถือเป็นการบริโภคทั้งสิ้น

ราคาของสินค้าและบริการ

เนื่องจากระดับราคาของสินค้าและบริการเป็นตัวกำหนดอำนาจซื้อของเงินที่มีอยู่ในมือของผู้บริโภค นั่นคือ ถ้าราคาของสินค้าหรือบริการสูงขึ้นจะทำให้อำนาจซื้อของเงินลดลง ส่งผลให้ผู้บริโภคบริโภคสินค้าหรือบริการได้น้อยลง เนื่องจากเงินจำนวนเท่าเดิมซื้อหาสินค้าหรือบริการได้น้อยลง ในทางกลับกัน ถ้าราคาของสินค้าหรือบริการลดลงอำนาจซื้อของเงินจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันกับข้างต้น

ระบบการค้าและการชำระเงิน

เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่กำหนดการตัดสินใจในการเลือกบริโภคของผู้บริโภค กล่าวคือ ถ้าเป็นระบบการซื้อขายด้วยเงินผ่อน ดาวน์ต่ำ ผ่อนระยะยาว จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการบริโภคให้กับผู้บริโภคมากขึ้น นั่นคือ ผู้บริโภคสามารถบริโภคโดยไม่ต้องชำระเงินในงวดเดียว มีเงินเพียงส่วนหนึ่งในการดาวน์ก็สามารถซื้อหาสินค้าและบริการมาบริโภคได้ โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูง เช่น บ้าน รถยนต์ ฯลฯ ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีระบบการซื้อขายแบบเงินผ่อน คือผู้บริโภคจะต้องชำระเงินค่าสินค้าตามราคาในงวดเดียว ผู้บริโภคอาจไม่สามารถซื้อหาหรือบริโภคสินค้าหรือบริการนั้นๆได้

การคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคต

จะมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค กล่าวคือ ถ้าผู้บริโภคคาดว่าในอนาคตราคาของสินค้าหรือบริการจะสูงขึ้น ผู้บริโภคจะเพิ่มการบริโภคในปัจจุบัน (ลดการบริโภคในอนาคต) ตรงกันข้าม ถ้าคาดว่าราคาของสินค้าหรือบริการจะลดลงผู้บริโภคจะลดการบริโภคในปัจจุบันลง (เพิ่มการบริโภคในอนาคต) จะเห็นได้ว่าการคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคตจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับการตัดสินใจเลือกบริโภคหรือระดับการบริโภคในปัจจุบัน และจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับการตัดสินใจเลือกบริโภคหรือระดับการบริโภคในอนาคต

การบริโภคเป็นกิจกรรมสุดท้ายของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ กล่าวคือ เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการตอบสนองหรือบำบัดความต้องการให้กับหน่วย เศรษฐกิจต่างๆของระบบเศรษฐกิจ ทั้งครัวเรือน ธุรกิจ และรัฐบาล เนื่องจากทุกๆ หน่วยจำเป็นต้องได้รับสินค้าและบริการมาอุปโภคบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการด้วยกันทั้งสิ้น